ก้าวสำหรับ AI ไทย เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการเทคโนโลยีไทย เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัลและวิจัยอย่าง สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ภายใต้โปรเจกต์ “โอกาสธุรกิจไทยยุค AI”
ทำไมความร่วมมือครั้งนี้ถึงเป็น ‘Big Deal’ ของประเทศ?
ในยุคที่ AI ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่คือ ทางรอด ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้าง ระบบนิเวศนวัตกรรม ที่แข็งแกร่ง โดยการดึงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาประสานกัน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเป้าหมายใหญ่คือ การสร้าง อธิปไตยทางเทคโนโลยี (Tech Sovereignty) ให้กับประเทศไทย
- การปั้นบุคลากร: ยกระดับทักษะ AI ที่ตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพภาคประชาชน (AI Users) จำนวน 700 คน และนักพัฒนา (AI Developers) จำนวน 300 คน โดยจะจัดการอบรมแบบเข้มข้นทั้งในรูปแบบ Hybrid และ On-site ทั้งนี้จะนำร่องใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ค้าปลีก (Retail), สุขภาพ (Health) และดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) ภายในปี 2569
- การถ่ายทอดเทคโนโลยี: นำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง เปลี่ยนนวัตกรรมในห้องแล็บให้กลายเป็นโซลูชันที่ใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์
- การแก้ปัญหาวิกฤต: นำร่องการใช้ AI ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นโมเดลต้นแบบก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ รวมถึงสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมการแพทย์ และเกษตรอาหาร ผ่านกิจกรรม Innovation Matching เพื่อเชื่อมโยงผลงานวิจัยเข้ากับผู้ประกอบการและนักลงทุน ไปจนถึงการเตรียมสร้าง “แพลตฟอร์มกลาง” เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลทักษะและผลงานวิจัย ตลอดจนผลักดันให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะเพื่อต่อยอดระบบนิเวศ AI ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
พลังแห่งการเชื่อมต่อ: จากงานวิจัยสู่เม็ดเงินมหาศาล
ม.ร.ว.นงคราญ ชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลฯ ได้เน้นย้ำว่า ภารกิจหลัก คือ การ Upskilling และ Reskilling ให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรม โดยสภาดิจิทัลฯ จะรับหน้าที่เป็นตัวกลาง (Bridge) เชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจเข้ากับงานวิจัยจาก สวทช. และ AIT เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
“เราไม่ได้แค่อยากใช้ AI แต่เราต้องการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง”
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. มองว่า ในยุคที่ AI ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ความสามารถของประเทศไม่ได้วัดกันเพียงแค่ปริมาณการใช้งาน แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการสร้าง ปรับใช้ และกำกับดูแลเทคโนโลยีด้วยตนเอง ความร่วมมือนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความเป็นเลิศด้านการวิจัยให้กลายเป็นผลกระทบที่จับต้องได้ในสังคม โดย สวทช. มุ่งเน้นการสร้าง “อธิปไตยทางเทคโนโลยี (Technological Sovereignty)” เพื่อให้ประเทศไทยสามารถออกแบบและจัดการระบบ AI ที่สอดคล้องกับค่านิยมและความต้องการของชาติในระยะยาว
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สวทช. ได้ลงทุนสร้างรากฐานด้าน AI ผ่านแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์อย่าง AI for Thai และ ปทุมมา (Pathumma) ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) สำหรับภาษาไทยโดยเฉพาะ รวมถึงการจัดตั้งมาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ ความพยายามเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ โดยเรากำลังสร้างเส้นทางลัดที่เชื่อมโยงนักวิจัยเข้ากับผู้ประกอบการและนักลงทุน เพื่อยกระดับบริการสาธารณะและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ”
Professor Pai-Chi Li อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เปิดเผยว่า AIT พร้อมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผ่าน AIT AI Lab เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับสากลมาสู่ภาคอุตสาหกรรมไทยโดยมุ่งหวังให้การพัฒนา AI ในประเทศไทยมีมาตรฐานระดับโลกและสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคเอเชียเพื่อขยายขอบเขตการพัฒนาบุคลากรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง
“AIT ให้ความสำคัญกับ AI ในการเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิต โดยทำให้เมืองปลอดภัย มีความยืดหยุ่น รวมถึงการใช้ AI และข้อมูลเพื่อสนับสนุนการเตือนล่วงหน้า การประเมินความเสี่ยง และการตอบสนองต่อภัยพิบัติที่มีประสิทธิผลมากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงในเขตเมือง ซึ่งมีเป้าหมาย คือการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ เพื่อปกป้องประชาชนและเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว”
เสวนาพิเศษ: โอกาสธุรกิจไทยยุค AI+AI พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
ภายในงานยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสธุรกิจไทยยุค AI” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ดร.อภิวดี ปิยธรรมรงค์ จากสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) คุณสุทธิพงษ์ คุรุหงษา จาก Digital Dialogue คุณเอกราช ปัญจวีณิน จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น คุณทนงเกียรติ สุขวัฒน์ จาก โกซอฟท์ และ ดร.อธิป อัศวานันท์ จากสภาดิจิทัลฯ มาร่วมฉายภาพทิศทางนโยบาย การกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและการพัฒนากำลังคน
นอกจากนี้ ยังมีการเจาะลึกด้านการนำ AI มาพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมี ศ. ดร. มงคล เอกปัญญาพงศ์ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) คุณพลอยรวี เกริกพันธ์กุล จากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช จากมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย มาร่วมนำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและการใช้ AI เพื่อป้องกันภัยคุกคามสำหรับเด็กและกลุ่มเปราะบาง อันเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลและความปลอดภัยให้กับสังคมไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
