- CLICX (คลิกซ์) ประกาศความพร้อมเป็น Virtual Bank (ธนาคารไร้สาขา) รายแรกของไทย ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของ 3 ยักษ์ใหญ่ KTB, AIS และ OR
- ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยฟีเจอร์แรกของประเทศ “เลขบัญชีเลือกได้เอง” สะท้อนแนวคิดการเงินยุคใหม่ที่ปรับตามไลฟ์สไตล์ผู้ใช้
- มุ่งเป้าปลดล็อกทางการเงินให้กลุ่ม Unserved และ Underserved (ผู้มีรายได้ไม่แน่นอน/ฟรีแลนซ์) ซึ่งคิดเป็น 63% ของประชากรไทย ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบธนาคารแบบเดิม
- ในขณะที่ CLICX พร้อมลุยเปิดตัวในมิถุนายน 2569 ด้าน ธปท. เผยข้อมูลว่าผู้สมัครอีก 2 ราย (BankX และ Ascend Bank) ได้ยื่นขอเลื่อนกำหนดเปิดบริการออกไป
เจาะลึก CLICX Virtual Bank รายแรก
การเงินดิจิทัลในบ้านเรากำลังก้าวข้ามไปอีกขั้น นับจากนี้คำว่า “ธนาคาร” จะไม่ได้ผูกติดอยู่กับตึกอาคาร สำนักงานหรือตู้ ATM สีๆ อีกต่อไป เมื่อ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นรายแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเตรียมปักหมุดเปิดให้บริการเฟสแรกภายใน มิถุนายน 2569 นี้
การมาของ CLICX ไม่ใช่แค่การสร้างแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแอปในจอมือถือเท่านั้น แต่หากมองลึกลงไปในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการประสานพลังของ 3 พันธมิตรระดับบิ๊กที่แทบจะครอบคลุมทุกมิติในชีวิตประจำวันของคนไทย ประกอบด้วย
- ธนาคารกรุงไทย (KTB) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการเงินและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ
- บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) ที่ใส่พลังด้านโครงข่ายข้อมูล AI และระบบคลาวด์อัจฉริยะ
- บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ที่มีหน้าด่านออฟไลน์ที่แข็งแกร่งอย่าง PTT Station กว่า 2,400 สาขา และร้าน Cafe Amazon อีกกว่า 4,500 แห่งทั่วประเทศ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ CLICX ก็เหมือนตู้เซฟอัจฉริยะที่ลอยอยู่บนระบบคลาวด์ของ AIS เดินสายพานด้วยกลไกการเงินที่มั่นคงของ KTB และมีประตูทางเข้าเชื่อมต่อกับโลกจริงผ่านร้านกาแฟ และปั๊มน้ำมันของ OR ที่คุณขับรถเข้าไปเติมน้ำมัน แวะพักทานอาหาร อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั่นเอง
“เลขบัญชีเลือกได้” ฟีเจอร์ทลายกรอบเดิมๆ เพื่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ถึงแม้เวลานี้ CLICX จะยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเซอร์วิสทางการเงินที่เป็นรูปธรรม ซึ่งทาง CLICKX บอกว่า จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างได้ตอน CLICX เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการราวๆ กลางเดือนมิถุนายน 2569 นี้
แต่สิ่งที่ทำให้ CLICX กลายเป็นกระแสฮือฮาตั้งแต่วันแรกที่เผยโฉม คือ การประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้เอง” ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของธนาคารในไทย
ถ้าถามว่า ฟีเจอร์นี้ดียังไง? ลองนึกภาพตาม จากเดิมเวลาเดินไปเปิดบัญชีธนาคาร เราจะได้ตัวเลขสุ่มที่ระบบยัดเยียดมาให้ ซึ่งจำยากและไม่ได้มีความหมายอะไรกับชีวิตเลย แต่สิ่งที่ CLICX ทำคือ อนุญาตให้คุณสามารถดีไซน์เลขบัญชีได้เองตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคล เลขวันเกิด หรือเลขเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยน “เครื่องมือทางการเงินที่น่าเบื่อ” ให้กลายเป็นเลขบัญชีที่ “สะท้อนตัวตน” ของผู้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด
ในวันที่ 2 มิถุนายนที่จะถึงนี้ CLICX พร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการธนาคารไทย ด้วยฟีเจอร์ใหม่ “เลขบัญชีเลือกได้” ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือก หรือกำหนดเลขบัญชีของตัวเองได้เป็นครั้งแรกของธนาคารไทย ไม่ว่าจะเป็นเลขมงคลตามความเชื่อ เลขเสริมการเงิน การงาน ความรัก เลขมังกร เลขตอง หรือเบอร์สวย รวมถึงการเลือกเลขบัญชีให้ตรงกับ 7 หลักท้ายของเบอร์โทรศัพท์ หรือ เลข 4 หลักท้าย เพื่อมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ลูกค้าเลือกและกำหนดได้เองในคลิกซ์เดียว
รายละเอียดการเปิดบัญชีและผลิตภัณฑ์ช่วงเริ่มต้น
- การเปิดบัญชี: เริ่มเปิดให้จองเลขบัญชีในวันที่ 2 มิถุนายน และเปิดแอปเพื่อยืนยันตัวตนและผูกเบอร์ที่จองไว้ในวันที่ 19 มิถุนายน
- เงินฝากเริ่มต้น: สามารถเปิดบัญชีได้เริ่มต้นที่ 0 บาท
- รูปแบบการดำเนินงาน: ดำเนินการในรูปแบบ Virtual Bank ระบบทั้งหมดอยู่บน Cloud สามารถรองรับและขยายตัวเพื่อรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้ตลอดเวลา ไม่มีสาขาทางกายภาพ แต่มีช่องทางบริการลูกค้าผ่านช็อป AIS, OR (Blue Card), แชตบอตในแอป และคอลเซ็นเตอร์ 1188
- ผลิตภัณฑ์เงินฝาก: ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เช่น การออมเงินที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (ออมแล้วได้เน็ตฟรี ได้กาแฟ หรือได้น้ำมัน) สำหรับอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ภายใต้กรอบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของระบบการเงิน ที่บริการทางการเงินต้องไม่ใช่แค่การทำให้คนไทยมีบัญชีธนาคารหรือเข้าถึงบริการพื้นฐานเท่านั้น แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างเท่าเทียม เพราะในความเป็นจริง การมีบัญชีธนาคารไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเข้าถึงโอกาสทางการเงินที่เหมาะสมกับตัวเองได้
ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Bank in One CLICX’ เราต้องการทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น ผ่านประสบการณ์ทางการเงินที่ก้าวไปไกลกว่าการทำธุรกรรมบนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บออม การใช้จ่าย การเข้าถึงสินเชื่อ หรือสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
CLICX จะนำเสนอประสบการณ์ทางการเงินที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าเพราะเราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดี ไม่ควรให้ลูกค้าปรับตัวเข้าหาระบบ แต่ควรถูกออกแบบให้เข้าใจและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของลูกค้าแต่ละคน เป้าหมายของ CLICX จึงไม่ใช่เพียงการเป็น Virtual Bank แห่งใหม่ของประเทศไทย แต่คือการเป็นแพลตฟอร์มทางการเงินที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงโอกาสทางการเงินที่ดีขึ้น และมี Financial Well-being ที่ดีขึ้นในระยะยาว
ปลดล็อกประชากร 63% เมื่อธนาคารไม่มีสาขา
แต่เข้าถึงใจกลุ่ม “Underserved”
ความน่าสนใจในเชิงลึก คือ CLICX ตั้งใจออกแบบมาเพื่อปิดจุดอ่อนของระบบธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยโมเดล Virtual Bank นี้จะไม่มีต้นทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการเปิดสาขากายภาพเลยแม้แต่เงียบเดียว ทำให้ธนาคารสามารถโยกงบประมาณและทรัพยากรทั้งหมดไปทุ่มเทกับการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่คล่องตัว เพื่อส่งมอบดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขที่ดีกว่าให้แก่ผู้บริโภค
เป้าหมายหลักของกลุ่มทุนนี้พุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Unserved และ Underserved ซึ่งจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรไทยสูงถึง 63% ที่ตกอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระบบการเงินในปัจจุบันยังไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงและเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กลุ่มไรเดอร์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก
คนกลุ่มนี้มักมีวินัยทางการเงินที่ดี และมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ดี แต่กลับถูกปฏิเสธการเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารแบบเดิม เพียงเพราะ “ขาดเอกสารแสดงรายได้ที่เป็นทางการ” หรือ “ไม่มีประวัติเครดิตตามเกณฑ์มาตรฐานเก่า” การนำเทคโนโลยี Machine Learning และ AI ของพันธมิตรมาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบเหล่านั้นให้กลายเป็นโอกาสทางการเงินที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย
นอกจากนี้ สถิติจาก ธปท. ยังเผยตัวเลขที่น่ากังวลว่า คนไทยกว่า 80% มีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับดำรงชีพได้ไม่เกิน 6 เดือน หากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด สะท้อนให้เห็นว่าความมั่นคงในชีวิตทางการเงินของประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเปราะบางสูงมาก ซึ่งนี่คือช่องว่างขนาดใหญ่ที่ CLICX จะเข้ามาเติมเต็ม
CLICX ออกสตาร์ทก่อน ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นขอทดเวลาบาดเจ็บ
แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปิดรับผู้สมัครผ่านคุณสมบัติจัดตั้ง Virtual Bank ทั้งหมด 3 ราย แต่สถานการณ์ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยให้ข่าวว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินกิจการธนาคารไร้สาขาจำนวน 2 ราย จากทั้งหมด 3 ราย ได้ยื่นขอผ่อนผันการจัดตั้งออกไปจากเดิมที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ในเดือนมิถุนายน 2569
เพื่อให้เห็นภาพรวมของธนารไร้สาขาในวันนี้ มาดูตารางอัปเดตสถานะล่าสุดของทั้ง 3 รายกัน

ทาง ธปท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ Virtual Bank ทุกรายจะสามารถเปิดให้บริการจริงได้ จะต้องผ่าน การประเมินความพร้อมทั้งหมด 2 ช่วงหลัก ได้แก่
- ความพร้อมในการขอรับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและ ธปท.
- ความพร้อมก่อนเริ่มเปิดดำเนินการจริง เช่น การทดสอบระบบหลังบ้าน (Core Banking), ระบบการเชื่อมต่อ และความปลอดภัยของแอปพลิเคชันสำหรับรายย่อย
การที่ CLICX สามารถคว้าตั๋วใบแรกและรักษาไทม์ไลน์เดิมในการเปิดตัวเดือนมิถุนายน 2569 ได้สำเร็จ จึงถือเป็นแต้มต่อครั้งสำคัญในการชิงเค้กก้อนใหญ่และสร้างความคุ้นเคยกับผู้บริโภคชาวไทยเป็นกลุ่มแรกในตลาด
ก้าวสำคัญที่ต้องจับตา
การขยับตัวของ CLICKX ในครั้งนี้ ดึงเอาจุดแข็งของ 3 อุตสาหกรรม (การเงิน-โทรคมนาคม-ค้าปลีก) มารวมกันได้อย่างน่าสนใจ การทลายกำแพงเรื่องสลิปเงินเดือนด้วยการใช้ Data-Driven Credit Scoring จากพฤติกรรมการใช้มือถือ (AIS) หรือการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (OR) จะช่วยชุบชีวิตให้กลุ่มฟรีแลนซ์และ SME รายย่อยมีโอกาสเข้าถึงระบบทุนได้จริง
อย่างไรก็ตาม โจทย์หินของ CLICX คือการสร้าง “Trust” หรือความน่าเชื่อถือในโลกดิจิทัล 100% ที่ไม่มีสาขาให้เดินไปโวยวายเวลาเกิดปัญหา รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่ม Underserved อย่างละเอียด เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่สร้างหนี้เสีย (NPL) กลับมาทำร้ายตัวธนาคารเองในอนาคต
