ปี 2026 ไม่ใช่แค่ปีแห่งการพุ่งทะยานของเทคโนโลยี AI แต่โลกกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากธรรมชาติ ตามรายงานจาก NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) ฉบับเดือนเมษายน 2026 ระบุว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) อย่างเต็มตัวในช่วงเดือนสิงหาคมไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในแบบที่คาดไม่ถึง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย Infographic ส่งสัญญาณว่า จากรายงาน National Oceanic and Atmospheric Administration ชี้ว่าโลกมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญตั้งแต่ช่วง พ.ค. 2026 และจะเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญช่วง ส.ค. ถึง ปลายปี 2026 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยเผชิญกับภัยร้อนและแล้งจัด โดยคาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปีนี้จะอยู่ที่ 1,479 มิลลิเมตร ลดลงจากปีก่อนราว 18.6% ที่ 1,816 มิลลิเมตร และปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 จากหมอกควันข้ามพรมแดนอาจรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ ในช่วง ก.ค. – ก.ย. 2026
ภาวะซูเปอร์เอลนีโญกระทบต่อภาคธุรกิจไทย อาทิ
- ภาคการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชที่พึ่งพาน้ำสูง
- ภาคการผลิตอาจเสี่ยงขาดแคลนน้ำในกระบวนการผลิต
- โรงแรมและที่พักอาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากปัญหาฝุ่นควัน ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวลดการเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้ง
ภาคธุรกิจจึงต้องเตรียมรับมือให้พร้อมกับภาวะดังกล่าว โดยเริ่มจากลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น เพื่อให้มีน้ำพอใช้ต่อเนื่อง วางแผนสต็อกน้ำให้เพียงพอสำหรับการอุปโภค เพื่อไม่ให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก รวมถึงวางระบบรีไซเคิลน้ำ เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ
