HomeAI EvolutionLG โชว์นวัตกรรม AI ในงาน CES 2026 ชูแนวทาง AFFECTIONATE INTELLIENCE IN ACTION

LG โชว์นวัตกรรม AI ในงาน CES 2026 ชูแนวทาง AFFECTIONATE INTELLIENCE IN ACTION

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด โชว์นวัตกรรมล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในงาน CES2026 ภายใต้แนวคิด Innovation in tune with you – นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ มุ่งเน้นการสอดประสานแนวคิด ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์ หรือ Affectionate Intelligence เข้ากับอุปกรณ์ โซลูชัน และสภาพแวดล้อมต่างๆ ในทุกมิติของชีวิต เพื่อยกระดับประสบการณ์ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ไปจนถึงทุกพื้นที่ไลฟ์สไตล์

     ภายในงาน CES 2026 ครั้งนี้ LG ได้แสดงศักยภาพให้เห็นถึงระบบ AI ของ LG ที่สามารถรับรู้สภาวะแวดล้อมประมวลผลข้อมูล ตลอดจนปฏิบัติการในสถานการณ์จริงได้อย่างเหนือชั้นผ่านโมเดล รับรู้-ประมวลผล-ปฏิบัติการ (Sense-Think-Act) ที่ไม่ใช่แค่การสั่งงานผ่านซอฟต์แวร์ แต่เป็นการฝัง AI เข้าไปในฮาร์ดแวร์โดยตรง ทั้งในหุ่นยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และทีวี เพื่อให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานและปรับตัวตามบริบทได้อย่างชาญฉลาด

     LG ยังได้ยกทัพนวัตกรรม AI มาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ LG CLOiD หุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้าน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต แพลตฟอร์มทีวีและความบันเทิง พร้อมการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม LG SIGNATURE ที่มาในเวอร์ชันใหม่ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มศักยภาพ

Living in Tune
บ้านอัจฉริยะ (Zero Labor Home)

     เริ่มจากโซน Living in Tune ที่ LG ได้นำวิสัยทัศน์ Zero Labor Home ให้กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้ ที่นี่คือระบบนิเวศอัจฉริยะที่ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่หุ่นยนต์ประจำบ้าน LG CLOiD เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ไปจนถึงบริการ AI ทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้งานล่วงหน้าและลดภาระงานในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     สำหรับไฮไลต์ของโซนนี้คือ LG CLOiD ซึ่งได้สาธิตศักยภาพการทำงานจริงใน 3 สถานการณ์จำลองของบ้าน ดังนี้

  • ห้องครัว– วางแผนมื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับสมาชิก 4 คนในครอบครัว
  • ห้องนั่งเล่น– คอยตรวจวัดและส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยที่ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ
  • ห้องซักรีด– รับผิดชอบกระบวนการดูแลเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

     โดย LG CLOiD ได้รับการออกแบบมาให้มีความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ การสาธิตได้เผยถึงศักยภาพทางกายภาพของ LG CLOiD ตั้งแต่ความละเอียดอ่อนในการหยิบจับวัตถุด้วยปลายนิ้ว ไปจนถึงการเคลื่อนไหวของแขนอย่างอิสระ ศักยภาพทั้งหมดนี้ถูกปลดล็อกผ่านการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI Home อัจฉริยะอย่าง ThinQ™

     ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโซน LG ยังได้จัดแสดงบริการ ThinQ UP และ ThinQ Care เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อโซลูชันทั้งหมดทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาด สามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่อัจฉริยะที่เปี่ยมด้วยความเข้าอกเข้าใจ สามารถรับรู้และตอบสนองต่อทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้ทุกเรื่อง

     นอกจากนี้ LG ยังมีการเปิดตัว LG Actuator AXIUM™ ซึ่งเป็นแบรนด์แอคชูเอเตอร์สำหรับหุ่นยนต์แบรนด์ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อตลาดหุ่นยนต์ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แอคชูเอเตอร์ดังกล่าวเป็นการบูรณาการชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ มอเตอร์ ไดรฟ์ และรีดิวเซอร์ ไว้ในโมดูลขนาดกะทัดรัดเพียงชุดเดียว โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนข้อต่อของหุ่นยนต์

     จุดแข็งของ AXIUM คือ การที่ LG นำประสบการณ์จากการออกแบบมอเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความเชี่ยวชาญนี้จะทำให้แอคชูเอเตอร์ของ LG มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน ทั้งในด้านดีไซน์ที่เบาและกะทัดรัด การทำงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และการให้แรงบิดที่สูง

Ride in Tune
ยานยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

     ถัดมาภายในโซน Ride in Tune ที่ LG ได้นำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับยานยนต์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) และสภาพแวดล้อมในห้องโดยสารอัจฉริยะ โดยได้มีการสาธิตโซลูชันสำหรับยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ LG  (LG AI-powered In-Vehicle Solutions) นวัตกรรมล่าสุดที่การันตีความเหนือชั้นด้วยรางวัลสูงสุด CES 2026 Best of Innovation Award ในสาขาความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment) โดยศักยภาพของโซลูชันนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านการทำงานของ 3 ระบบแกนหลัก ได้แก่

  • โซลูชันจอแสดงผลในห้องโดยสาร (Mobility Display Solution) – เปลี่ยนกระจกหน้ารถให้เป็นพื้นผิวจอแสดงผลสำหรับข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์หรือเปลี่ยนเป็นโลก Mixed-Reality อันน่าทึ่งเมื่อรถเข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติ
  • โซลูชันการมองเห็นสำหรับยานยนต์ (Automotive Vision Solution) – ดวงตาอัจฉริยะของรถที่ใช้เทคโนโลยีติดตามสายตาและเซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และสภาวะของผู้โดยสาร ซึ่งนำไปสู่การเปิดใช้งานฟังก์ชันความปลอดภัยแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Safety) และการโต้ตอบที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • โซลูชันความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment Solution) – สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่ต่อเนื่องจากบ้านสู่รถยนต์ได้อย่างไม่มีสะดุด และยังสร้างสรรค์วิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านกระจกหน้าต่างด้านข้างของตัวรถ

     การทำงานร่วมกันของโมดูลเหล่านี้ คือ บทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แพลตฟอร์ม Generative AI แบบ Multimodal ของ LG สามารถเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและพิเศษสุดสำหรับแต่ละบุคคลได้อย่างน่าทึ่ง

Viewing in Tune
จอภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI

     สำหรับโซน Viewing in Tune คือ พื้นที่ที่ LG ได้ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเทคโนโลยีจอภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่เหนือจินตนาการ หัวใจสำคัญของโซนนี้คือ ทีวี LG OLED evo Wallpaper ที่จะทำให้ผู้ชมเต็มอิ่มกับคุณภาพของภาพอันสมบูรณ์แบบจากเทคโนโลยี Hyper Radiant Color พร้อมดื่มด่ำกับความงามของดีไซน์ Wallpaper ที่บางเฉียบจนแนบสนิทไปกับผนัง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างสมบูรณ์ด้วยเทคโนโลยี True Wireless และเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โซนนี้ยังเปิดตัว LG Gallery+ บริการใหม่บน webOS ที่จะเปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะส่วนตัว คัดสรรผลงานมาจัดแสดงตามรสนิยมของคุณโดยเฉพาะ

     ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การควบคุมทีวีที่ง่ายดายและชาญฉลาด ผ่านการสาธิตคุณสมบัติ webOS AI ทั้ง AI Search, AI Concierge และ AI Voice Control ซึ่งเผยให้เห็นว่าเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติและระบบแนะนำอัจฉริยะ สามารถเปลี่ยนวิธีการจัดการเนื้อหาและการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายกว่าที่เคย

     อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ การเผยโฉมทีวีเรือธงเจเนอเรชันใหม่ อย่าง OLED evo G6 และ Micro RGB evo ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล α (Alpha) 11 AI Processor Gen3 ชิปประมวลผลรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ Dual Super Upscaling ซึ่งสามารถประมวลผลการอัปสเกลด้วย AI สองรูปแบบได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ภาพมีความคมชัดสูงขึ้น ในขณะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสมดุล มอบประสบการณ์ความคมชัดและความดื่มด่ำในระดับสูงสุด พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดง AM Micro LED TV AI ขนาด 136 นิ้ว ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเวทีสุดอลังการสำหรับคอนเทนต์ระดับพรีเมียม

Entertainment in Tune
เพื่อคอเกมและคนรักเสียงเพลง

     LG จับมือกับ Reddit เพื่อสร้างสรรค์โซน Entertainment in Tune ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงขุมพลังแห่งความบันเทิงสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ โดยนำเสนอสุดยอดประสบการณ์การเล่นเกมใน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย

  • สัมผัสประสบการณ์เกมคอนโซลบนจอภาพที่ดีที่สุดผ่านทีวี OLED evo W6 และพลังเสียงจาก Aero Speaker
  • ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเกมพีซี ยกระดับความลื่นไหลในทุกการเคลื่อนไหวด้วยจอ UltraGear™ OLED GX9 ที่มาพร้อมโหมดการทำงานคู่ (Dual Mode) สุดล้ำ สามารถเลือกระหว่างความละเอียดคมชัดระดับ 5K2K ที่ 165Hz หรืออัตราการรีเฟรชที่สูงถึง WFHD ที่ 330Hz พร้อมการอัปสเกลภาพด้วย AI

     ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสาธิตศักยภาพของทีวี OLED ไร้สายของ LG พาเนลจอภาพที่มีอัตรารีเฟรชสูง และประสบการณ์การเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำและความละเอียดสูง ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีการอัปสเกลด้วย AI

     ภายในโซนยังมี xboom Studio ที่จะพาไปสัมผัสกับมิติใหม่ของพลังเสียงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ xboom รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างแอลจีและศิลปินระดับโลกอย่าง will.i.am โดยยกทัพมาให้สัมผัสกันครบครันทั้ง

  • LG xboom Stage 501: ขุมพลังเสียงระดับมืออาชีพสำหรับเวทีและการแสดงสด
  • LG xboom Blast: ลำโพงพกพาไซส์ยักษ์ ที่พร้อมปลดปล่อยพลังเสียงในทุกที่ที่คุณไป
  • LG xboom Mini และ LG xboom Rock: คู่หูลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อนร่วมทางด้านเสียงเพลงสำหรับทุกวันของคุณ

     อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษภายในสตูดิโอคือ The Lab ที่จะพาไปสัมผัสกับ FYI.RAiDiO ประสบการณ์วิทยุแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสร้างสรรค์โดย will.i.am ที่จะได้ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ของการฟังวิทยุ ที่สามารถพูดคุยกับดีเจ AI เลือกฟังสถานีโปรดตามธีมที่สนใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาสดๆ ในประเด็นร้อนทั้งเรื่องดนตรี วัฒนธรรม และเทคโนโลยี

Mastery in Tune
ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบกับ LG SIGNATURE

     ก้าวเข้าสู่โซน Mastery in Tune ที่ซึ่งเทคโนโลยีและศิลปะแห่งการใช้ชีวิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว LG ได้จับมือกับ Poliform แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูจากอิตาลี เพื่อนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ LG SIGNATURE ในบรรยากาศการตกแต่งภายในที่หรูหราและสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงที่สุดแห่งสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย

    โดยเปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ ตู้เย็น LG SIGNATURE ที่สามารถสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี AI เชิงสนทนาที่ใช้ LLM เป็นพื้นฐาน ซึ่งพร้อมมอบคำแนะนำที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ (ความแม่นยำในการตอบสนองอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนและเงื่อนไขการใช้งาน) พร้อมปฏิวัติการจัดการอาหารในครัวของคุณด้วย ตู้เย็น LG SIGNATURE Smart InstaView™ และแอปพลิเคชัน ThinQ™ Food ที่ใช้กล้องภายในคอยสแกนวัตถุดิบ สร้างสรรค์เมนูอาหาร หรือแม้กระทั่งแนะนำวัตถุดิบทดแทนให้อย่างชาญฉลาด (ผลลัพธ์การจำแนกอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทและการจัดวางอาหาร)

     นอกจากนี้ ยังมี เตาอบ LG SIGNATURE Oven Range ที่ได้รับการติดตั้งฟังก์ชัน Gourmet AI ซึ่งใช้กล้อง AI ภายในเตาอบเพื่อจำแนกประเภทอาหารได้มากกว่า 80 ชนิด และเลือกการตั้งค่าการประกอบอาหารที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ มาพร้อมกับ คุณสมบัติ AI Browning จะปฏิบัติการตรวจติดตามขนมปังในระหว่างการอบ และส่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ThinQ เมื่อระดับความสุกได้มาถึงค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

In Tune for Everyone
    นอกเหนือจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี LG ยังได้จัดสรรพื้นที่พิเศษในชื่อ In Tune for Everyone เพื่อสะท้อนถึงพันธสัญญาด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทภายใต้วิสัยทัศน์ “Better Life for All” โดยภายในนิทรรศการได้จัดแสดงโซลูชันที่ครอบคลุมและเท่าเทียม อย่าง Comfort Kit ชุดอุปกรณ์ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนทุกวัยและทุกความสามารถสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของแอลจีได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วย Easy-to-Read Books หนังสือที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้ช้าและเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการสามารถเข้าใจการทำงานและการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments