HomeAI Evolutionอย่ากลัวใช้ AI เพื่อการศึกษา ใช้อย่างระวัง ตระหนักในการใช้

อย่ากลัวใช้ AI เพื่อการศึกษา ใช้อย่างระวัง ตระหนักในการใช้

ที่ปรึกษา ETDA ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด มองวันนี้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ดี บ้าเทคโนโลยี ทำยังไงที่จะนำ AI มาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่ากลัวที่จะใช้ AIเพื่อการศึกษา แต่ใช้อย่างระวัง หาจุดลงตัว ด้วยการเน้นถึงการตระหนักรู้มากกว่าใช้กฎหมาย AIมาบังคับ เพราะออกกฎวันนี้ พรุ้งนี้ AIก็เปลี่ยนไปแล้ว

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เสวนาในหัวข้อ AI ตัวช่วย หรือ ตัวฉุด ความเท่าเทียม ที่ทางหนังสือพิมพ์มติชน ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS จัดสัมมนาเพื่อสังคม Matichon-AIS Talks for Thailand 2025 AI for Equality เติมพลังเท่าเทียมไว้ว่า จากการสำรวจความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่า คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 50 ล้านคน ที่น่าสนใจคือ มีผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากถึง 78% แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยช่วยให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ดี สังเกตได้จากปริมาณการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

“คนไทยช็อปปิ้งออนไลน์โดยใช้มือถือเราเบอร์หนึ่งของโลก ไม่เชื่อไปดูไลฟ์ของเจนนี่ที่มีคนดูพร้อมกัน 1 ล้านคน แสดงว่า ดิจิทัล โมเมนตัม ก็คือคนไทยเราบ้าเทคโนโลยี เราใช้กัน ถามว่าเราจะใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างที่มันตอบโจทย์การ เอนเตอร์เทนเมนท์ การฟังเพลง ทำยังไงเราจะพัฒนาคุณภาพชีวิต นี่แหละคือโจทย์ที่ AI จะมาช่วยได้

ดร.ศักดิ์ยังบอกว่า การใช้ AI เพื่อการศึกษาเป็นเรื่องที่ดี ไม่อยากให้กลัว AI มากเกินไป แต่ก็ต้องใช้ AI อย่างระมัดระวัง ไม่ป้อนข้อมูลส่วนบุคคล ความลับที่ทำงาน รวมไปถึงผลงานมีลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูลไปแพร่ต่อ

“ต้องลองเล่นกับมัน อย่าไปกลัว แต่มีอยู่สองสามอย่างที่อยากจะแนะนำว่าไม่ควรจะทำคือ อย่าเอาข้อมูลส่วนตัวไปถาม อย่าเอาความลับบริษัทไปถามมัน และให้ระวังเรื่องของ Copywriting ที่เหลือถามมันได้หมด”

ดร.ศักดิ์มองว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ส่งผลต่อแวดวงการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากฟังก์ชันบางอย่างของ AI ทำให้ทักษะสำคัญของเด็กไทย เช่น ทักษะภาษาที่สาม และการคิดวิเคราะห์ มีแนวโน้มลดลง

ดร.ศักดิ์กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งวางแผนปรับระบบการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมและตั้งรับกับบทบาทของ AI ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการเรียนรู้มากขึ้น จากการทดลองใช้ Chat GPT พบว่า AI มีความแม่นยำและรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เด็กด้อยโอกาสเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชันขอคำปรึกษาจาก Chat GPT ผ่านโทรศัพท์โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาได้เป็นอย่างดี

ประเทศไทยมีการประกาศหลักจริยธรรม AI ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว และทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มีศูนย์ AI Governance ไว้แก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวไม่อยากให้ใช้ข้อกฎหมาย เนื่องจาก AI เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ออกกฎหมายวันนี้ พรุ่งนี้ก็เปลี่ยน แต่อยากให้เน้นไปที่ความตระหนักรู้ของผู้ใช้มากกว่า

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ไม่ได้ใช้กฎหมายนำ แต่จะวางนโบาย แนวปฏิบัติ เครื่องมืออย่างไรให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกัน แล้วมุ่งไปสู่จุดที่เอไอตอบโจทย์จริงๆ

“AI เป็นเรื่องของการบาลานซ์ อย่างเรื่องการศึกษา ข้างหนึ่งก็อยากเอา AI มาช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้มากขึ้น แต่อีกข้างหนึ่งเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กจะไม่พึ่ง AI มากเกินไป ขัดแย้งกัน แต่ต้องหาจุดที่ลงตัว

AI จะเป็นตัวช่วยหรือตัวฉุดเป็นไปได้ทั้งสองทาง ขึ้นกับเรา ที่จะออกแบบอนาคตของเราเอง แต่เป็นการออกแบบให้ตรงกับบริบทของประเทศไทย กับบริบทของแต่ละเซกเตอร์ และรัฐบาลควรจะมี Guiding principles มีหลักใหญ่ๆ ที่นำทาง ไม่ได้ไปผูกกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราจะมีหลักยึดในแต่ละโดเมนอย่างไร ก็อยากจะฝากให้ทุกคนคิด

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments