กลุ่ม KTIS โชว์ฟอร์มแกร่งหลังปิดหีบอ้อยปี 68/69 ด้วยตัวเลขที่น่าทึ่ง! ไม่ใช่แค่ปริมาณน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น แต่คือการขยับตัวเข้าสู่ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) อย่างเต็มตัว พร้อมการอัปเกรดเทคโนโลยีโรงงานครั้งใหญ่ที่น่าจับตามองในโลกธุรกิจยุคใหม่
พุ่งทะยาน! ปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้น 23.9% สะท้อนประสิทธิภาพการผลิต
จากรายงานล่าสุดของ สมชาย สุจิตตานนท์ ผู้บริหารสายธุรกิจน้ำตาลกลุ่ม KTIS ระบุว่า ในฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มสามารถหีบอ้อยได้สูงถึง 7.5 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าปีก่อนที่มีเพียง 6.4 ล้านตัน ส่งผลให้ได้ผลผลิตน้ำตาลทรายรวม 8.3 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 23.9%
ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจาก “คุณภาพอ้อย” ที่ดีขึ้นและการปรับปรุง “ประสิทธิภาพเครื่องจักร” ภายในโรงงานที่ทำให้ได้น้ำตาลต่อตันอ้อย (Yield) สูงสุด
จาก “ชานอ้อย” สู่ “ธุรกิจชีวภาพ” รายได้ที่มากกว่าแค่น้ำตาล
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ KTIS คือการบริหารจัดการทรัพยากรแบบ Zero Waste เมื่อปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ “ชานอ้อย” ปริมาณมหาศาลถึง 1.1 ล้านตัน ซึ่งถูกส่งต่อไปยังสายธุรกิจชีวภาพ (Non-Sugar Business) อย่างครบวงจร:
- โรงงานผลิตเยื่อกระดาษชานอ้อย: แปรรูปเป็นวัสดุรักษ์โลก
- โรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล: สร้างพลังงานสะอาดหมุนเวียน
- บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม: ผลิตจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100%
กลยุทธ์ปี 69: Tech-Driven เพื่อการลดต้นทุนที่ยั่งยืน
KTIS ไม่ได้หยุดแค่การผลิต แต่กำลังมุ่งเน้นไปที่ Energy Efficiency ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่:
- การเปลี่ยนเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง: เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
- ระบบอัตโนมัติ (Automation): นำมาใช้ควบคุมการหีบอ้อยเพื่อให้ได้น้ำอ้อยสูงสุด
- การปรับปรุงหม้อต้ม (Boiler): เพิ่มความสามารถในการดึงความร้อนและลดการสูญเสียพลังงาน
นี่คือตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาผสานกับอุตสาหกรรมเกษตร (Agri-Tech) ที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้
