- กำไร H1/2569 พุ่ง 102%: กลุ่มบริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ (TVH) ทำผลงานครึ่งปีแรกเติบโตโดดเด่นจากการขยายช่องทางจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และการรับประกันภัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ใช้ Non-Motor เป็น Growth Engine ใหม่: ปรับจากช่องทางขายแบบดั้งเดิมไปสู่ Partnership Ecosystem ดึงพันธมิตรอย่างไทยรัฐกรุ๊ปและ TrueMoney ร่วมพัฒนาประกันภัยสุขภาพ มะเร็ง และอัคคีภัยยุคใหม่
- ชู AI ลุยกระบวนการ End-to-End: นำเทคโนโลยี AI ผ่าน MARS Inspect, Claim Generate และ MARS Garage ช่วยประเมินความเสียหาย เร่งการอนุมัติซ่อม และควบคุมต้นทุนสินไหม
- เพิ่มบริการส่วนขยายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์: เปิดตัว TVI Smart Delay เข้าห้องรับรองสนามบินฟรีเมื่อเที่ยวบินล่าช้า เตรียมระบบ Crash Detection ช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินบนท้องถนนแบบเรียลไทม์
ไทยวิวัฒน์ โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรโตขึ้น 102% เทียบกับปีที่แล้ว โดยรายได้ประกันภัยขยายตัวกว่า 34% เป็นผลจากการปรับธุรกิจขยายสัดส่วน Non-Motor ผนึกพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม และการใช้ AI ในงานประกัน
บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 โดยมีกำไรเติบโต 102% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการบริการประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่า 34% ท่ามกลางการปรับพอร์ตธุรกิจไปสู่ Non-Motor การขยาย Ecosystem ผ่านพันธมิตรต่างอุตสาหกรรม และการนำ AI เข้ามาช่วยบริหารกระบวนการประกันภัยและเคลม
กระจายความเสี่ยง ดัน Non-Motor เป็น Growth Engine
ท่ามกลางภาวะตลาดประกันภัยที่มีการแข่งขันสูง TVH ปรับกลยุทธ์ลดการพึ่งพาช่องทางขายแบบดั้งเดิมอย่างตัวแทน นายหน้า หรือดีลเลอร์รถยนต์เพียงอย่างเดียว หันมามุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem Solution ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก สื่อ เทคโนโลยี โทรคมนาคม ไปจนถึงแพลตฟอร์มการชำระเงินและท่องเที่ยว
การรุกตลาด Non-Motor ในครึ่งปีหลังเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและตรงกับความเสี่ยงยุคใหม่ เช่น การร่วมมือกับไทยรัฐกรุ๊ปเพื่อส่งประกันมะเร็งและประกันอุบัติเหตุแบบชำระเบี้ยรายเดือน เจาะกลุ่ม Mass Market บนช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมอย่างประกันอัคคีภัยบ้าน ‘TVI Homie Care’ โดยเพิ่มความคุ้มครองจุดเสี่ยงใหม่อย่างแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และสัตว์เลี้ยง รวมถึงการร่วมมือกับ TrueMoney ให้ผู้ใช้งานเลือกซื้อประกันสุขภาพตามงบประมาณได้เอง
จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) อธิบายถึงแนวคิดเบื้องหลังว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความเสี่ยงของลูกค้าได้จริง เพราะเมื่อความเสี่ยงลดลง ต้นทุนสินไหมก็บริหารจัดการได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยมีกลุ่ม Non-Motor เป็นตัวขับเคลื่อนหลักคู่ไปกับกลุ่ม Motor
ใช้ AI ขับเคลื่อนกระบวนการประกันภัยแบบ End-to-End
นอกจากการปรับพอร์ตสินค้าและช่องทางจำหน่าย อีกหนึ่งแกนสำคัญของ TVH คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานของประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเวลาในทุกขั้นตอน
โซลูชัน AI ของ TVH ครอบคลุมการทำงานสำคัญ 3 ส่วน:
- MARS Inspect: ระบบ AI ช่วยตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย
- Claim Generate: ระบบวิเคราะห์ประเมินภาพความเสียหาย ประเมินค่าสินไหม พร้อมออกใบเคลมอัตโนมัติ
- MARS Garage: ระบบสนับสนุนอู่ซ่อมในการประเมินความเสียหาย ลดภาระงานเอกสาร และช่วยให้อนุมัติงานซ่อมได้รวดเร็วขึ้น
การดึง AI เข้ามาทำหน้าที่ประเมินและวิเคราะห์ความเสียหาย ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกค้าและคู่ค้าอู่ซ่อมได้รับความสะดวก แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนสินไหม (Claim Cost) ให้มีความแม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐาน
ยกระดับบริการ และการรับมือความเสี่ยงครึ่งปีหลัง
ในด้านประสบการณ์ผู้บริโภค TVH ได้เปิดตัวบริการใหม่อย่าง ‘TVI Smart Delay’ ในประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส ซึ่งให้สิทธิ์ลูกค้าเข้าใช้ห้องรับรองสนามบินทั่วโลกฟรีทันที หากเที่ยวบินสเก็ตช์ล่าช้าเกิน 90 นาที ส่วนกลุ่มผู้ใช้ประกันภัยรถยนต์ เตรียมเปิดตัวระบบ ‘Crash Detection’ เพื่อตรวจจับและช่วยเหลืออุบัติเหตุบนท้องถนนแบบเรียลไทม์ พร้อมยกระดับศูนย์ Quality Control Center และบริการรถใช้ระหว่างซ่อม
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร TVH ชี้ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงมีปัจจัยความท้าทายรอบด้าน ทั้งแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเคลม ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่ปรับตัวสูงขึ้น
มุมมอง DigiForLife
ตัวเลขกำไรที่เติบโตขึ้น 102% ของ TVH สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของธุรกิจประกันภัยยุคใหม่ที่ไม่อาจพึ่งพาเพียงการขายกรมธรรม์ผ่านช่องทางเดิมๆ ได้อีกต่อไป การขยายเข้าสู่ Ecosystem ของพันธมิตรดิจิทัลช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงลูกค้า (Customer Acquisition Cost) ขณะเดียวกัน การใช้ AI เข้ามาควบคุมกระบวนการเคลม ถือเป็นการเตรียมพร้อมรับมือภาวะเงินเฟ้อด้านค่ารักษาและค่าซ่อมแซมที่มีแนวโน้มสูงขึ้น สำหรับผู้บริโภค สิ่งนี้หมายถึงผลิตภัณฑ์ประกันที่เข้าถึงง่ายและยึดหยุ่นมากขึ้น และบริการเคลมที่รวดเร็วขึ้นผ่านระบบอัตโนมัติ
