Home Lifes+ Lifestyle ทรู x YouTube ขยับเกมจากความเร็วสู่ ‘การเชื่อมต่อที่มีความหมาย’ เมื่อเครือข่ายต้องเชื่อมคนกับคอนเทนต์และครีเอเตอร์

ทรู x YouTube ขยับเกมจากความเร็วสู่ ‘การเชื่อมต่อที่มีความหมาย’ เมื่อเครือข่ายต้องเชื่อมคนกับคอนเทนต์และครีเอเตอร์

0
การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง True 5G และ YouTube Thailand เปิดตัวแคมเปญสนับสนุนกลุ่มผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ไทย
  • รับชมแบบมาราธอน 21 ชั่วโมง: ครีเอเตอร์ทั้ง 5 ช่องจะร่วมกันสร้างสรรค์คอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีความยาวรวมกว่า 21 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นการไลฟ์สตรีมมิงที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งในไทย
  • ผสมผสานตัวตนและคอมมูนิตี้: แม้จะอยู่ภายใต้ประสบการณ์เดียวกัน แต่ครีเอเตอร์แต่ละช่องยังคงเอกลักษณ์ รูปแบบการเล่าเรื่อง และเสน่ห์ที่แฟนๆ คุ้นเคยไว้อย่างครบถ้วน
  • ขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้น: ทรูตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันสัดส่วนผู้ใช้งานที่รับชม YouTube จากเดิม 65% ให้เพิ่มขึ้นไปถึง 80% ผ่านการสร้างประสบการณ์รับชมที่ดีที่สุดบนเครือข่าย True 5G

     การแข่งขันของผู้ให้บริการโทรคมนาคมอาจไม่ได้จบลงที่คำถามว่าเครือข่ายใครเร็วกว่าอีกต่อไป เมื่อผู้บริโภคใช้เครือข่ายเพื่อดูวิดีโอ ฟังเพลง เรียนรู้ ติดตามครีเอเตอร์ และสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเองมากขึ้น สิ่งที่กำลังถูกแข่งขันจึงเริ่มเปลี่ยนจาก “Connectivity” ไปสู่ประสบการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังการเชื่อมต่อ

    ความร่วมมือระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น และ YouTube จึงน่าสนใจตรงที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้วางโจทย์ไว้เพียงการนำ YouTube มาผูกกับแพ็กเกจโทรศัพท์มือถือ แต่กำลังพยายามเชื่อม Connectivity × Content × Creators เข้าด้วยกัน ผ่านเครือข่าย True 5G, YouTube Premium และครีเอเตอร์ไทย ก่อนถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวออกมาเป็นกิจกรรม “ทรูดู MARATHON” ที่มีการนำเสนอคอนเทนต์ต่อเนื่องรวมกว่า 21 ชั่วโมง

จากการแข่งขันเรื่อง “ความเร็ว” สู่ “การเชื่อมต่อที่มีความหมาย”

    ประเด็นสำคัญที่ทรูพยายามสื่อสารครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพของเครือข่าย 5G แต่คือการเปลี่ยนความหมายของ Connectivity

    โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า การแข่งขันในยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่อง “ความเร็ว” อีกต่อไป แต่ทรูต้องการเปลี่ยนการเชื่อมต่อให้เป็น “การเชื่อมต่อที่มีความหมาย” หรือ Meaningful Connection

    แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการขยับตำแหน่งของทรูจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการโครงข่าย ไปสู่การวางตัวเองเป็น Tech Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตดิจิทัล ซึ่งหมายถึงการนำเครือข่ายไปเชื่อมกับการเรียนรู้ ความบันเทิง การสร้างสรรค์ และโอกาสทางเศรษฐกิจ

“สำหรับทรู การเชื่อมต่อไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเข้าถึงสัญญาณ แต่ต้องต่อยอดไปสู่คุณค่าที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต”

ผู้บริหารทรูบรรยายบนเวทีหน้าจอพรีเซนเทชันกราฟิก True AI Hub, Digital Hospital, AI Service Robot และ YouTube Ecosystem
โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

YouTube ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มดูวิดีโอ

    ขณะที่ทาง YouTube เองก็มีบทบาทเปลี่ยนไปจากแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ในยุคแรก ปัจจุบันแพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมผู้ชม ครีเอเตอร์ และธุรกิจเข้าด้วยกัน

    มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทยและเวียดนาม มองว่า YouTube ต้องการเป็นศูนย์กลางของ Creator Economy และสนับสนุนให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ รายได้ และคอมมูนิตี้

    ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนประมาณ 1,400 ช่อง สะท้อนว่าตลาดครีเอเตอร์ไทยไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

“หากครีเอเตอร์ไม่ประสบความสำเร็จ YouTube ก็ย่อมไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน”

    แนวคิดนี้ทำให้เห็นว่า Creator Economy กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของแพลตฟอร์ม เพราะครีเอเตอร์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตวิดีโอเพื่อสร้างยอดชม แต่เป็นผู้สร้างชุมชนและดึงผู้ชมกลับเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของแพลตฟอร์ม

    YouTube กำลังขยายเครื่องมือสำหรับครีเอเตอร์ ตั้งแต่เครื่องมือช่วยคิดไอเดียและสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึง Generative AI ใน YouTube Studio รวมถึงเครื่องมืออย่าง Ask Studio ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลของช่อง และนำไปต่อยอดการทำงาน

มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทยและเวียดนาม

เมื่อ “เครือข่าย” ต้องทำงานร่วมกับ “คอนเทนต์”

    ในมุมของทรู การร่วมมือกับ YouTube จึงมีเหตุผลมากกว่าการนำบริการมาจับคู่กัน เพราะพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยวิดีโอและคอนเทนต์มากขึ้น

    ข้อมูลที่ทรูนำเสนอระบุว่า ลูกค้าทรูและดีแทครวมกันเกือบ 50 ล้านราย และกว่า 64% รับชม YouTube ขณะที่ผู้ใช้งานมีการใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 6.3 GB ต่อคนต่อเดือน

   ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ YouTube เป็นหนึ่งในบริการที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้เครือข่าย และอธิบายได้ว่า ทำไมการจับคู่ระหว่างเครือข่ายกับแพลตฟอร์มคอนเทนต์จึงมีความสำคัญทางธุรกิจ

    วีเวเก เอลิซาเบธ เรย์เมิร์ต หัวหน้าฝ่ายบริการดิจิทัล กลุ่มลูกค้าธุรกิจบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้ต้องการเพียงคอนเทนต์ที่ดี แต่ต้องการประสบการณ์ที่ราบรื่นและคุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ไปกับแพลตฟอร์ม

“สิ่งที่ลูกค้าต้องการจึงไม่ใช่เพียงคอนเทนต์ที่ดี แต่คือการรับชมที่ลื่นไหล สะดวก และคุ้มค่า”

    จากมุมนี้ True 5G จึงถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่เป็นพระเอกเพียงตัวเดียว ขณะที่ YouTube Premium ทำหน้าที่เพิ่มคุณค่าด้านการรับชม และแพ็กเกจของทรูเป็นตัวเชื่อมให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการดังกล่าวได้ง่ายขึ้น

วีเวเก เอลิซาเบธ เรย์เมิร์ต หัวหน้าฝ่ายบริการดิจิทัล กลุ่มลูกค้าธุรกิจบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “Creator” ไม่ใช่แค่ “Viewer”

    สิ่งที่น่าสนใจกว่าการจับมือระหว่างเครือข่ายกับแพลตฟอร์ม คือ การที่ทั้ง True และ YouTube กำลังพูดถึง “ครีเอเตอร์” ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

   โอลิเวอร์เล่าถึงประสบการณ์จากการพบลูกค้า ซึ่งเขาได้พูดคุยกับเด็กนักเรียนประถมคนหนึ่ง เมื่อถามว่า โตขึ้นอยากมาทำงานที่ทรูหรือไม่ เด็กนักเรียนกลับตอบว่า

“ไม่อะ น้องอยากเป็น YouTuber”

    เรื่องเล็กๆ นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของโลกดิจิทัล เพราะ YouTube ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ให้คน “ดู” อีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เด็กและคนรุ่นใหม่มองเห็นเป็นอาชีพและโอกาสในการสร้างตัวตน

    ในมุมของทรู นั่นทำให้เครือข่ายไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการไปยังผู้ชม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อม Creator ไปสู่ Content ไปสู่ Community สุดท้ายไปถึง Audience

    และเมื่อครีเอเตอร์มีผู้ชมมากขึ้น ความต้องการด้านเครือข่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพก็ช่วยให้รูปแบบคอนเทนต์ที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก เช่น วิดีโอความละเอียดสูงหรือ Live Streaming สามารถเติบโตต่อได้

“ทรูดู MARATHON” จึงเป็นมากกว่าการดู 21 ชั่วโมง

    ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ทางทรู และ ยูทูป จึงนำเสนอ “ทรูดู MARATHON” ซึ่งรวมคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ชั้นนำ 5 ช่อง ประกอบไปด้วย ช่องเทพลีลา ช่องรับทราบ ช่องโอฮาน่า ช่องเสือร้องไห้ และ ช่อง Go Went Go และสร้างประสบการณ์รับชมต่อเนื่องรวมกว่า 21 ชั่วโมง

    กิจกรรมดังกล่าวถูกวางให้เป็นการทดลองประสบการณ์การรับชมแบบมาราธอน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และกิจกรรมออฟไลน์ โดยมีกิจกรรม “ทรูดู Marathon Cinema Challenge” ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 29–30 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดให้รับชมคอนเทนต์ฉบับเต็มบน YouTube วันที่ 5 กันยายน 2569 ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ของทรู

    สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครจะดูได้นานที่สุด” แต่คือการใช้ระยะเวลา 21 ชั่วโมงเป็นเครื่องมือสื่อสารแนวคิดว่า เมื่อเครือข่าย แพลตฟอร์ม และครีเอเตอร์ทำงานร่วมกัน ประสบการณ์ของผู้ชมสามารถถูกออกแบบให้ต่อเนื่องจากหน้าจอส่วนตัวไปสู่กิจกรรมร่วมกับชุมชนแฟนๆ ได้

    โอลิเวอร์ย้ำประเด็นนี้ว่า

“หัวใจของกิจกรรม ‘ทรูดู MARATHON’ ครั้งนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะดูได้นานที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้ทุกช่วงเวลาของการรับชมสนุก ลื่นไหล และเต็มอารมณ์”

    นั่นทำให้ “21 ชั่วโมง” เป็นเพียงรูปแบบที่ใช้เล่าเรื่อง ขณะที่สาระสำคัญของแคมเปญอยู่ที่การพิสูจน์แนวคิดว่า Connectivity สามารถเพิ่มคุณค่าให้ Content และ Creator ได้อย่างไร

แพ็กเกจ ทรู YouTube Premium สมัครแบบไหนคุ้มที่สุด?

    เพื่อให้การรับชม ทรู ดู MARATHON เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไร้โฆษณาคั่น และสามารถเล่นวิดีโอเป็นพื้นหลังได้ (Background listening) ทรูจึงได้ออกแบบแพ็กเกจที่หลากหลายเพื่อตอบสนองกำลังซื้อและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของลูกค้า

ตารางแพ็กเกจ YouTube Premium ผ่านทรู

รูปแบบแพ็กเกจราคา / เงื่อนไขเริ่มต้นสิทธิพิเศษที่ได้รับ
ทั่วไป (รายเดือน)139 บาท/เดือนราคา 139 บาทต่อ 30 วันในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้น 159 บาท/เดือน
ทั่วไป (เติมเงิน)159 บาท/เดือนสมัครใช้งานในราคา 159 บาทต่อ 30 วัน
5G Super Value699 บาทขึ้นไปลูกค้าใหม่/ย้ายค่าย รับสิทธิ์ YouTube Premium ฟรี นานสูงสุด 6 เดือน
YOU (นักศึกษา)499 บาทขึ้นไปรับสิทธิ์ฟรีสูงสุด 12 เดือน พร้อม Data-free streaming บน YouTube

เตรียมเปิด Watch Marathon Mode ให้พร้อม แล้วสัมผัสคอนเทนต์ที่สนุกกว่า ยาวกว่า และเต็มอารมณ์กว่า ผ่านพลังของ True5G และ YouTube Premium ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรู ดู MARATHON

จาก Connectivity สู่ระบบนิเวศที่ทรูต้องการสร้าง

    หากมองในเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมที่กำลังขยับจากการขาย “ความสามารถของเครือข่าย” ไปสู่การขาย “ประสบการณ์บนเครือข่าย”

    เมื่อผู้บริโภคไม่ได้ซื้ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ซื้อเพื่อดู YouTube ฟังเพลง เรียนออนไลน์ ติดตามครีเอเตอร์ หรือสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง คุณค่าของเครือข่ายจึงถูกกำหนดจากสิ่งที่ผู้ใช้สามารถทำได้บนเครือข่ายนั้นด้วย

    นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทรูเลือกสื่อสารคำว่า Connectivity × Content × Creators แทนที่จะพูดถึง 5G เพียงอย่างเดียว

    เพราะในสมการใหม่นี้

เครือข่าย ทำหน้าที่เชื่อมต่อ Content ทำให้คนมีเหตุผลที่จะเข้ามาใช้ และ Creator เป็นผู้สร้างคอนเทนต์และคอมมูนิตี้ที่ทำให้ระบบนิเวศมีชีวิต

    หากแนวคิดนี้เดินหน้าต่อไปได้สำเร็จ การแข่งขันของผู้ให้บริการโทรคมนาคมก็อาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า ใครมีสัญญาณเร็วกว่า แต่จะรวมถึงว่า ใครสามารถสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ผู้บริโภค “อยากอยู่บนเครือข่าย” ได้มากกว่า

   ท้ายที่สุด คำว่า “การเชื่อมต่อที่มีความหมาย” ของทรูจึงไม่ได้หมายถึงการเชื่อมสัญญาณให้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่หมายถึงการทำให้การเชื่อมต่อนั้นนำไปสู่ คอนเทนต์ ความรู้ ความบันเทิง ครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ และโอกาสใหม่ๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่น่าจับตาว่าจะกลายเป็นทิศทางสำคัญของธุรกิจโทรคมนาคมในยุคที่เครือข่ายเริ่มกลายเป็นเพียงพื้นฐานของประสบการณ์ดิจิทัลทั้งหมด

Exit mobile version