HomeTechSmart HomeApple Home Collection สมาร์ทโฮมสไตล์ Apple ตั้งค่าผ่าน iPhone

Apple Home Collection สมาร์ทโฮมสไตล์ Apple ตั้งค่าผ่าน iPhone

Apple เปิดตัว Apple Home Collection ไลน์อัปอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ที่พัฒนาร่วมกับ LG Electronics และ Schneider Electric ครอบคลุมกล้องรักษาความปลอดภัย กริ่งประตูวิดีโอ กลอนประตูอัจฉริยะ และระบบควบคุมอุณหภูมิ โดยเน้นการตั้งค่าผ่าน iPhone การควบคุมจากแอปบ้าน (Apple Home) และการปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสแบบ End-to-End

Highlights

  • อุปกรณ์หลายประเภทในชุดเดียว: ครอบคลุมกล้องภายในและภายนอกบ้าน กริ่งประตูวิดีโอ กลอนประตูอัจฉริยะ ตัวควบคุมอุณหภูมิ และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น
  • ตั้งค่าและควบคุมผ่าน Apple Home: เพิ่มอุปกรณ์ด้วย iPhone และจัดการผ่านแอปบ้านหรือ Siri โดยไม่ต้องติดตั้งแอปแยกหรือสร้างบัญชีใหม่สำหรับอุปกรณ์เหล่านี้
  • เน้นความเป็นส่วนตัว: ข้อมูลและภาพจากกล้องได้รับการเข้ารหัสตามระบบ Apple Home ส่วนผู้ใช้ iCloud+ ที่มีแผนรองรับสามารถจัดเก็บประวัติวิดีโอย้อนหลังได้นานสูงสุด 10 วัน
  • เริ่มวางจำหน่ายเดือนธันวาคม: Apple ระบุว่าผลิตภัณฑ์จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2569 โดยอุปกรณ์บางรายการจะตามมาในช่วงต้นปี 2570 ในตลาดที่บริษัทกำหนด

Apple Home Collection คืออะไร

     Apple Home Collection คือชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับบ้านอัจฉริยะที่ Apple ออกแบบร่วมกับ LG Electronics และ Schneider Electric เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำงานร่วมกับระบบ Apple Home ได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบความปลอดภัย การจัดการสิทธิ์เข้าออกบ้าน ไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิภายในที่พักอาศัย

    ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ชุดนี้อยู่ที่การลดความยุ่งยากในการตั้งค่าและใช้งานสมาร์ทโฮม ผู้ใช้สามารถเพิ่มอุปกรณ์ผ่าน iPhone และควบคุมผ่านแอปบ้านหรือ Siri ได้ โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปแยกหรือสร้างบัญชีใหม่สำหรับอุปกรณ์แต่ละชิ้น

    แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้จัดการอุปกรณ์หลายประเภทจากระบบเดียวกัน แทนที่จะต้องสลับไปมาระหว่างแอปของผู้ผลิตแต่ละราย

กล้องอัจฉริยะจาก LG Electronics ครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกบ้าน

    Apple Home Collection ประกอบด้วยกล้องจาก LG Electronics จำนวน 4 รุ่น ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ต่างกัน โดยเมื่อใช้งานร่วมกับฮับที่รองรับในระบบ Apple Home กล้องสามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2.5K และรองรับการจดจำบุคคล ใบหน้าที่คุ้นเคย สัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ และพัสดุ

    ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย

  • LG Video Doorbell: กริ่งประตูพร้อมกล้องสองตัว โดยกล้องด้านหน้าบันทึกวิดีโอความละเอียด 2.5K ส่วนกล้องด้านล่างบันทึกความละเอียด Full HD เพื่อช่วยตรวจสอบทั้งผู้มาเยือนและพัสดุที่วางอยู่หน้าประตู
กริ่งประตูวิดีโอทรงแท่งสองตัว สีเงินและสีเทาเข้ม พร้อมเลนส์กล้องด้านบน
LG Video Doorbell Wired เป็นกริ่งประตูพร้อมกล้องสำหรับตรวจสอบบริเวณหน้าบ้าน
  • LG Floodlight Cam: กล้องภายนอกบ้านพร้อมไฟสปอตไลต์คู่แบบปรับได้ ซึ่งเปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว และรองรับการถ่ายภาพกลางคืนแบบสีในสภาพแสงน้อย
กล้องรักษาความปลอดภัยภายนอกบ้านพร้อมไฟส่องสว่างแบบคู่ในตัวเครื่องสีดำและสีขาว
กล้องพร้อมไฟส่องสว่างช่วยให้ตรวจสอบพื้นที่ภายนอกบ้านได้ในอุปกรณ์เดียว
  • LG Outdoor Cam: กล้องสำหรับติดตั้งภายนอกอาคารที่สามารถปรับมุมมองได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมรองรับการถ่ายภาพกลางคืนแบบสีในสภาพแสงน้อย
กล้องรักษาความปลอดภัยภายนอกทรงกระบอกสองตัว สีดำและสีเงิน พร้อมฐานติดตั้งและสายไฟ
กล้องภายนอกบ้านเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบพื้นที่รอบที่พักอาศัย
  • LG Indoor Cam: กล้องสำหรับภายในบ้านที่ปรับมุมขึ้นและลงได้ โดยเมื่อสมาชิกคนแรกในครัวเรือนกลับถึงบ้าน กล้องจะเอียงลงเพื่อหยุดการตรวจสอบพื้นที่ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดการความเป็นส่วนตัว
กล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านสีขาวพร้อมเลนส์สีดำและฐานตั้งทรงกลม
กล้องภายในบ้านช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบพื้นที่ภายในที่พักอาศัยผ่านระบบที่รองรับ

    นอกจากการดูภาพสดแล้ว กล้องยังรองรับการจัดเก็บประวัติวิดีโอผ่าน iCloud+ ที่มีแผนบริการรองรับ โดยสามารถเก็บภาพย้อนหลังได้นานสูงสุด 10 วัน นอกจากนี้ Apple Intelligence ยังช่วยสร้างคำอธิบายเหตุการณ์ในวิดีโอและค้นหาคลิปด้วยภาษาธรรมชาติได้ตามเงื่อนไขการรองรับของระบบ

    Apple ยังระบุว่า กล้องมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวเพื่อให้บันทึกภาพได้ต่อเนื่องแม้สัญญาณ Wi-Fi ขัดข้อง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการบันทึกภายในตัวเครื่องไม่ควรตีความว่าการดูภาพสด การแจ้งเตือน และการเข้าถึงจากระยะไกลจะทำงานได้ครบทุกฟังก์ชันเมื่อเครือข่ายขัดข้อง

LG Smart Deadbolt Lock ปลดล็อกประตูเมื่อเข้าใกล้บ้าน

    อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญคือ LG Smart Deadbolt Lock ซึ่งใช้เทคโนโลยี Ultra Wideband (UWB) เพื่อตรวจจับระยะใกล้ของผู้ใช้ และรองรับการปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเดินเข้าใกล้ประตูพร้อม iPhone หรือ Apple Watch ที่รองรับ Home Key

ประตูบ้านสีเขียวเข้มติดตั้งกลอนประตูอัจฉริยะพร้อมแป้นกดรหัสและมือจับ
กลอนประตูอัจฉริยะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยจัดการสิทธิ์เข้าออกบ้าน

ประตูบ้านพร้อมอุปกรณ์ล็อกอัจฉริยะ

    ผู้ใช้ยังสามารถเลือกปลดล็อกด้วยการแตะ iPhone หรือ Apple Watch ป้อนรหัสผ่านผ่านแป้นตัวเลข หรือใช้กุญแจสำรองได้ตามความเหมาะสม

    ตัวล็อกยังสามารถตรวจจับสถานะประตู เช่น เปิดอยู่ ปิดสนิท หรือมีการงัดแงะ พร้อมส่งการแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติที่รองรับ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถแชร์สิทธิ์การเข้าบ้านผ่านแอปบ้านให้สมาชิกครอบครัวหรือบุคคลที่ได้รับอนุญาตได้

หน้าจอ iPhone สำหรับตั้งค่ากริ่งประตู

    ในด้านการเชื่อมต่อ LG Smart Deadbolt Lock รองรับ Matter และ Aliro โดย Apple ระบุว่า ฟังก์ชันการเข้าออกบ้านหลักๆ สามารถทำงานภายในระบบได้ แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการเชื่อมต่อภายนอกสำหรับการใช้งานพื้นฐาน

Smart Thermostat จาก LG และ Schneider Electric

    Apple Home Collection มีตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะให้เลือกสองรุ่น ได้แก่ LG Smart Thermostat และ Schneider Home Smart Thermostat โดยออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับระบบ Apple Home และระบบควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านที่รองรับ

หน้าจอควบคุมบ้านและแสดงภาพจากกล้อง

    ทั้งสองรุ่นรองรับฟีเจอร์ Adaptive Temperature ซึ่งใช้ระบบประมวลผลบนอุปกรณ์ของ iPhone เพื่อปรับอุณหภูมิโดยอัตโนมัติตามบริบท เช่น มีคนอยู่ในบ้าน กำลังเตรียมตัวเข้านอน หรือไม่มีใครอยู่บ้าน ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องตั้งตารางเวลาการทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง

    ระบบยังรองรับเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นแยกอิสระจาก LG Electronics และ Schneider Electric ช่วยให้สามารถติดตามสภาพอากาศในหลายห้องได้ โดยตัวควบคุมอุณหภูมิและเซ็นเซอร์ในกลุ่มนี้รองรับ Matter และออกแบบมาให้ติดตั้งได้เองกับระบบ HVAC หลายประเภทที่เข้ากันได้

    อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงานจะขึ้นอยู่กับระบบปรับอากาศที่ใช้อยู่ สภาพแวดล้อม และรูปแบบการใช้งานจริง จึงไม่ควรสรุปว่า จะช่วยลดค่าไฟได้ในอัตราเดียวกันทุกบ้าน

Apple Home Collection กับมาตรฐานสมาร์ทโฮม

    นอกจากการรวมอุปกรณ์ไว้ในแอปเดียวกันแล้ว Apple Home Collection ยังใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อที่ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานร่วมกันได้

    Matter เป็นมาตรฐานสำหรับการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมจากผู้ผลิตหลายราย ขณะที่ Thread เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮม และ Aliro เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงผ่านระบบล็อกประตู โดยอุปกรณ์แต่ละประเภทจะรองรับมาตรฐานตามที่ออกแบบไว้

    Apple ระบุว่า อุปกรณ์ในคอลเลกชันรองรับ Thread และสามารถปรับปรุงการเชื่อมต่อเครือข่ายได้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่านหรือเครือข่าย Wi-Fi ภายในบ้าน

    ในมุมของผู้ใช้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงที่การมีมาตรฐานใหม่ แต่คือความสามารถในการติดตั้ง ควบคุม และเชื่อมโยงอุปกรณ์หลายประเภทให้ทำงานร่วมกัน โดยไม่ต้องจัดการระบบแยกเป็นรายชิ้น

ความเป็นส่วนตัวและการจัดเก็บข้อมูล

    การใช้กล้องและระบบล็อกประตูภายในบ้านทำให้ความปลอดภัยของข้อมูลเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กับความสะดวก Apple ระบุว่าข้อมูลส่วนบุคคลและภาพจากกล้องในระบบ Apple Home ได้รับการเข้ารหัสแบบ End-to-End ทำให้ Apple, LG Electronics และ Schneider Electric ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับการปกป้องดังกล่าวได้

    ภาพจากกล้องสามารถประมวลผลผ่านฮับ Apple Home ภายในบ้าน หรือ Private Cloud Compute ตามรูปแบบที่ระบบรองรับ ส่วนผู้ใช้ iCloud+ ที่มีแผนบริการรองรับสามารถจัดเก็บประวัติวิดีโอที่เข้ารหัสไว้บน iCloud ได้นานสูงสุด 10 วัน

    ผู้ที่กำลังพิจารณาใช้กล้องสมาร์ทโฮมจึงควรตรวจสอบทั้งเงื่อนไขของ iCloud+ อุปกรณ์ฮับที่จำเป็น และความสามารถที่ใช้งานได้จริงในแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ

บ้านอัจฉริยะที่ทำงานประสานกันได้มากขึ้น

    จุดเด่นของ Apple Home Collection ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อุปกรณ์แต่ละชิ้น แต่รวมถึงการนำมาทำงานร่วมกันผ่านระบบอัตโนมัติของ Apple Home

    ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถตั้งคำสั่ง Siri ว่า “อรุณสวัสดิ์” เพื่อปรับอุณหภูมิห้องและเริ่มเล่นเพลงผ่าน HomePod หรือกำหนดให้ระบบปรับอุณหภูมิเป็นโหมดประหยัดพลังงาน ล็อกประตู และเปิดระบบตรวจสอบความปลอดภัยเมื่อสมาชิกคนสุดท้ายออกจากบ้าน

    ระบบยังสามารถเตรียมปรับอุณหภูมิล่วงหน้าก่อนผู้ใช้กลับถึงบ้านได้ตามการตั้งค่าและอุปกรณ์ที่รองรับ

หน้าจอ iPhone แสดงข้อมูล Climate อุณหภูมิ ความชื้น พัดลมเพดาน และสถานะม่านภายในบ้าน
ระบบควบคุมบ้านช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลสภาพแวดล้อมและสถานะอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้

    ความสามารถเหล่านี้สะท้อนทิศทางของสมาร์ทโฮมที่ให้ความสำคัญกับการประสานงานระหว่างอุปกรณ์ มากกว่าการเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมผ่านโทรศัพท์ได้เพียงอย่างเดียว

Apple Home Collection วางจำหน่ายเมื่อไร

    Apple ระบุว่า Apple Home Collection จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2569 โดยมีอุปกรณ์บางรายการตามมาในช่วงต้นปี 2570 ตลาดที่ประกาศไว้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และแคนาดา

    สำหรับประเทศไทย ยังไม่ควรสรุปว่าจะมีการวางจำหน่ายเมื่อใดจนกว่า Apple จะประกาศข้อมูลสำหรับตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ผู้สนใจควรตรวจสอบความพร้อมจำหน่ายและความเข้ากันได้ของอุปกรณ์กับระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์ Apple ที่ใช้อยู่ก่อนซื้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Apple Home Collection

Apple Home Collection ต้องใช้แอปแยกหรือไม่?

    ไม่จำเป็นต้องใช้แอปแยกสำหรับผลิตภัณฑ์ในคอลเลกชัน ผู้ใช้สามารถตั้งค่าและควบคุมผ่านแอปบ้านของ Apple ได้ตามอุปกรณ์และเงื่อนไขที่รองรับ

หาก Wi-Fi ขัดข้อง อุปกรณ์ยังทำงานได้หรือไม่?

    ขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์และฟังก์ชันที่ใช้งาน Apple ระบุว่ากล้องมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวเพื่อบันทึกภาพต่อเนื่องเมื่อ Wi-Fi ขัดข้อง และ LG Smart Deadbolt Lock สามารถทำงานภายในระบบสำหรับฟังก์ชันการเข้าออกบ้านหลักๆ ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ควรเหมารวมว่าทุกฟังก์ชันจะทำงานได้ตามปกติ

ต้องเสียค่าบริการรายเดือนสำหรับกล้องหรือไม่?

    ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสมัครบริการกล้องแยกต่างหากเพื่อใช้งานร่วมกับ Apple Home แต่การจัดเก็บประวัติวิดีโอย้อนหลังสูงสุด 10 วันต้องใช้แผน iCloud+ ที่รองรับ ซึ่งเป็นบริการแบบมีค่าใช้จ่าย

Apple Home Collection วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วหรือยัง?

    Apple Home Collection มีกำหนดการเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ผ่านช่องทาง apple.com/store รวมถึงร้านค้า Apple Store ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป ขณะที่อุปกรณ์บางรายการจะทยอยวางจำหน่ายเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2027 โดยสำหรับบริการติดตั้งในสหรัฐอเมริกา Apple ได้แต่งตั้ง ADT เป็นพันธมิตรผู้ให้บริการติดตั้งอย่างเป็นทางการผ่านสาขาค้าปลีก

    สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีการยืนยันว่า จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อไร  

บทสรุป

    Apple Home Collection เป็นอีกก้าวของ Apple ในตลาดบ้านอัจฉริยะ ด้วยการรวมกล้องรักษาความปลอดภัย กลอนประตูดิจิทัล และระบบควบคุมอุณหภูมิไว้ในชุดผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับ Apple Home

    จุดที่น่าจับตาคือการตั้งค่าที่ง่ายขึ้น การเชื่อมโยงระบบอัตโนมัติระหว่างอุปกรณ์ และแนวทางการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าในการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับราคา ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และการวางจำหน่ายในแต่ละประเทศ

    สำหรับผู้ใช้ Apple ที่ต้องการพัฒนาบ้านให้เป็นสมาร์ทโฮม การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตาม โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลด้านราคาและความพร้อมจำหน่ายในตลาดต่างๆ เพิ่มเติม

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments