- Quantum Club Thailand เกิดจากการผนึกกำลังของ กระทรวง อว., เครือซีพี, อไรซ์, ทรู, QTRic และ qBraid ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ควอนตัมชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา
- เดินหน้าผ่าน 4 พันธกิจเชิงยุทธศาสตร์: สร้างกำลังคน, ผลักดันงานวิจัย, ยกระดับอุตสาหกรรม และสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง
- เตรียมขับเคลื่อน 3 โครงการเรือธง (Flagship Projects): Quantum Academy Thailand, Quantum Industry Lab และ Quantum Innovation Challenge
- มุ่งเป้าพัฒนาเทคโนโลยี 4 ด้านหลัก ได้แก่ Quantum Optimization, Quantum Simulation, Quantum AI และ Quantum Security เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศของไทย
“Quantum Club Thailand” เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยจากการเป็นเพียงผู้ใช้งาน สู่การเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ในเวทีระดับโลก แพลตฟอร์มความร่วมมือระดับประเทศนี้เกิดจากการผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อนำงานวิจัยขั้นสูงมาใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
ก้าวสำคัญของไทยสู่ยุคเศรษฐกิจควอนตัม
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางวิศวกรรม แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ภายในงานเปิดตัว ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เน้นย้ำว่า การเร่งพัฒนากำลังคนควบคู่กับการผลักดันงานวิจัยออกจากห้องทดลองสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม คือกลไกสำคัญที่สุดในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากประเทศที่ติดตามเทคโนโลยี มาเป็นประเทศที่ร่วมสร้างเทคโนโลยี โดยย้ำว่าความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์หรือศูนย์ข้อมูล แต่ขึ้นอยู่กับ ‘บุคลากร’ ที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้และแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสริมเรื่องเทคโนโลยีควอนตัมว่า จะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกและหลายอุตสาหกรรมในอนาคต หากประเทศไทยต้องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ซื้อหรือผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องร่วมพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมของตนเองตั้งแต่วันนี้

4 พันธกิจหลัก: วางรากฐานระบบนิเวศ เทคโนโลยีควอนตัม ของไทย
เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดขึ้นจริง Quantum Club Thailand ได้วางโครงสร้าง Execution Platform ผ่าน 4 พันธกิจหลักที่สอดรับกับเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่:
- สร้างกำลังคน: ยกระดับและพัฒนาบุคลากรด้านควอนตัมอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยได้เรียนรู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการนำไปใช้จริง
- สร้างงานวิจัย: ดันงานวิจัยจากภาคทฤษฎีไปสู่การทดลอง และนำโจทย์จริงจากภาคธุรกิจมาขับเคลื่อนการวิจัย
- สร้างภาคอุตสาหกรรม: สร้างระบบนิเวศที่พร้อมใช้งานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น โทรคมนาคม, พลังงาน, สาธารณสุข, การผลิต และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ
- สร้างนวัตกรรม: สนับสนุนนวัตกรและสตาร์ทอัพในการเปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลงานต้นแบบ (Prototypes) เพื่อสร้างทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ ๆ
3 โครงการเรือธง (Flagship Projects) สู่การปฏิบัติจริงเชิงพาณิชย์
Quantum Club Thailand จะมุ่งเน้นการลงมือทำจริงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผ่าน 3 โครงการนำร่อง ได้แก่:
- Quantum Academy Thailand: ศูนย์กลางการพัฒนากำลังคนผ่าน Bootcamp และทุนวิจัย โดยจับมือกับ qBraid เพื่อมอบประสบการณ์จริงในการประมวลผลบนซอฟต์แวร์ควอนตัมระดับสากล
- Quantum Industry Lab: ห้องปฏิบัติการร่วมเพื่อทดสอบเทคโนโลยี โดยจะนำร่องในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ก่อนขยายไปสู่ด้านอื่น ๆ เช่น การประหยัดพลังงานและการรักษาความปลอดภัย
- Quantum Innovation Challenge: เวที Hackathon ระดับชาติเพื่อเฟ้นหาแนวคิดควอนตัมจากนวัตกรไทย เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นสตาร์ทอัพและโอกาสเชิงพาณิชย์
ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic) กล่าวว่า ปัจจุบัน เครือข่าย QTRic ของไทยมีต้นแบบเทคโนโลยีควอนตัมแล้วมากกว่า 80 รายการ พร้อมนักวิจัยกว่า 120 คน เมื่อผนวกเข้ากับศักยภาพของเอกชนและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมควอนตัมของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง

ทำไมคนไทยต้องใส่ใจเรื่องนี้
หลายคนอาจมองว่า เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) เป็นเรื่องไกลตัวและซับซ้อน แต่ในความเป็นจริง นี่คือ “ผู้กำหนดเกม (Game Changer)” ในทศวรรษหน้า ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การคิดค้นยารักษาโรคใหม่ๆ หรือแม้แต่การเพิ่มประสิทธิภาพโมเดล AI ให้ฉลาดและเร็วกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด
การที่ภาครัฐอย่างกระทรวง อว. และเอกชนระดับท็อปอย่างเครือซีพีและทรู ลงมาเล่นในสนามนี้อย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ต้องการเป็นแค่ “ผู้ใช้งาน” อีกต่อไป แต่กำลังพยายามดันตัวเองขึ้นไปเป็น “ผู้ร่วมสร้าง (Co-creator)” ในระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลก
สิ่งที่ท้าทายที่สุดหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องของเงินทุน แต่คือ “ความเร็ว” ในการผลิตบุคลากร และการดึงดูด Use case เจ๋งๆ จากภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมทดสอบในแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งหากทำได้สำเร็จ นี่จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลตัวใหม่ที่ทรงพลังที่สุดของไทย
Quantum Club Thailand ถือเป็นก้าวแรกที่สวยงามและเต็มไปด้วยความหวังในการพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักเทคโนโลยียุคเก่า สำหรับองค์กรธุรกิจหรือนักพัฒนาสายเทคที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าไปมีส่วนร่วมและศึกษาเทคโนโลยีควอนตัมตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะถูกคู่แข่งทิ้งห่างจนตามไม่ทัน

